เกี่ยวกับเรา

น้ำตกจากสันภูพาน  อุทยานแหงธรรมะอารยธรรมห้าพันปี  ธานีผ้าหมี่ขิด  แดนเนรมิตหนองประจักษ์  เลิศลักษณ์กล้วยไม้หอม อุดรซันไฌน์

    เป็น คำขวัญ ของจังหวัดอุดรธานีที่ง่ายต่อการจดจำและสะท้อนภาพของจังหวัดได้ชัดเจน คนอุดรจะภูมิใจมาก ถ้าหากได้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์บ้านเมืองของตนเอง การบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อท้องถิ่นถือเป็นเกียรติที่ภาคภูมิใจ จึงไม่น่าแปลกใจทีเห็นรายชื่อของ
นักธุรกิจไนจังหวัดรวมกันลงขันสร้าง อนุสรณ์สถานต่างๆ ที่เป็นต่อส่วนรวมโดยแทบจะไม่ได้ใช้งบราชการก็มีให้เห็น จากปรากฏการณ์นี้ก็เห็นได้ว่าเมืองนี้มีทั้งเศรษฐกิจที่ดี และยังมีภาคเอกชนทีเข้มแข็งอีกด้วยจังหวัดอุดรธานี เป็นเมืองเก่า และเคยมีบทบาทสำคัญ สมัยสงครามเวียดนาม ซึ่งผ่านมาแล้วกว่าสองทศวรรษแต่ยังคงมีมรดกจีไอ ที่ทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์ ให้คนอุดรได้ใช้จนทุกวันนี้ตั้งแต่สนามบิน ถนนหนทาง และการวางผังเมือง เป็นต้น


     หลังจากกองทัพจีไอได้ถอนฐานทัพไม่นานเศรษฐกิจในท้องถิ่นก็เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพ มีผลตอจังหวัดใกล้ เคียงอยู่บ้าง ทั้งหนองคาย และขอนแก่น นักธุรกิจรุ่นโหมก็เริ่ม ขยับตัวเพื่อปรับตัวเข้ากับกระแสเทคโนโลยีที่ค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามา และเมือปี 2526 ที่จังหวัดขอนแก่นมีโครงการติดตั้งระบบวิดีโอทางสาย เข้ามานำเสนอแล้ว ทั้งๆ ทีศูนย์วิดีโอก็ยังไม่เป็นทีรู้จักมากนัก นี่เป็นที่มาของ โฮมเคเบิ้ลทีวี ทีวีพื่อคนอุดรคุณวิโรจน์ พิพัฒน์ไชยศิริ เลาให้ฟังถึงเกร็ดประวัติที่ควรจดจำ เมื่อ ประมาณ 20ปีที่ผ่านมาทีจังหวัดขอนแกน มีผู้ชายคนหนึ่งมาทราบทีหลังว่าชื่อคุณประจิต ชินวัตร จากหจก. ชินวัตร มาร เก็ตติ้ง ได้เดินทางมาพูดคุยและเสนอให้ร้านของคุณวิโรจน์เป็นสถานีเพื่อแพร่ภาพวิดีโอทางสาย (ยุคนั้นยังไม่เรียกว่าเคเบิลทีวี) ทั้งนี้ทางฝ่ายเขาจะเป็นผู้
จัดหาหนัง รวมถึงเรืองลิขสิทธิ์ และการวางระบบทั้งหมดให้ โดยทั้งสองฝ่ายรวมมือกันหาสมาชิกให้ได้ตามเป้าหมาย จากนั้นได้ตกลงทำสัญญาต่อกัน เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2526นับว่าเป็นครั้งแรกที่คุณวิโรจน์เริ่มสนใจธุรกิจสื่อสารมวลชนในท้องถิ่น แต่ที่เริ่มต้นจริงๆกลับไม่ใช่สิ่งนี้ เนื่องจากฝ่าย หจก. ชินวัตร มาร์เก็ตติ้ง ไม่ได้ดำเนินการใดๆ อาจเป็นเพราะขณะนั้นตลาดยังไม่ดี เท่าที่ควรเลยทำให้ โครงการต้องพับไปก่อน

    ต่อมาคุณวิโรจน์หันมาจับธุรกิจตู้เกมจากคำแนะนำของเพื่อนที่มาจากไต้หวัน และทำไห้ประสบความสำเร็จพอสมควร และเพื่อนคนเดียวกันนี่เอง ที่เสนอโครงการเคเบิ้ลทีวีในเวลาใกล้เคียงกัน คราวนี้คุณวิโรจน์มีความมั่นใจมากขึ้นจึงตัดสินใจทำธุรกิจเคเบิ้ลทีวีครั้งแรกที่จังหวัด ขอนแก่นทันที โดยหุ้นกับเพื่อนทั้งหมด 3 คน ในระหว่างที่ดำเนินธุรกิจตู้เกมหยอดเหรียญกระทั่งมั่นใจว่าไปได้แล้ว คุณวิโรจน์ ได้ชักชวนน้องชายและเพื่อนๆ ของน้องที่คุ้นเคยกันให้มาดูงานทีขอนแกน ซึ่งทุกคนเห็นว่าน่าทำจึงตัดสินใจนำไปลงที่อุดร และ หนองคาย ต่อมาจึงนำธุรกิจเคเบิลทีวีตามไปดัวยในเวลาที่ไล่เลียกัน ขณะนั้นการดำเนิน ธุรกิจเคเบิ้ลทีวียังทำกันแบบง่ายๆ ดาวเทียม ก็ยังไม่มี มุ่งที่ตอบสนองความบันเทิงจากรายการฟรีทีวี (ยุคนั้นยังไม่ชัดทุกช่อง ซึ่งมีแค่ช่อง 3 5 7 และ 9 เท่านั้น) และวีดีโอในราคาที่ถูกมากๆ แต่แล้วในปี 2527 สมัย รัฐมนตรีมหาดไทย พลเอก สิทธิ จิรโรจน์ สั่ง กวาดจับทั้งหมดอ้างว่าไม่มีกฎหมายรองรับจึงถือวาผิด ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลาย รายต้องเลิกกิจการไปในที่สุด วิกฤติคือโอกาส การสั่งยกเลิกครั้งนั้น มีผลกระทบต่อธุรกิจของคุณวิโรจน์มาก จึง ตัดสินใจขอพบกับผู้วาราชการจังหวัดเพื่อขอทราบเหตุผล ในเมื่อกิจการนี้ได้จดทะเบียนการค้าถูกต้อง เสียภาษีถูกต้อง และยังเผยแพรขาวสารของราชการให้ด้วย รวมทั้งปฏิบัติตามจรรยาบรรณของสื่อมวลชนที่ต้องรับผิดชอบสังคมทุกประการ แต่ภาคราชการอ้างว่าไม่มีกฎหมายรองรับข้อนี้ไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบการ ผู้วาราชการจึงให้ความเป็นธรรมโดยให้ข้าราชการผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดมาร่วมประชุมซักถามอีกครั้ง ในทีสุดก็เห็นชอบให้ดำเนินการตอไปภายหลังได้มีกฎกระทรวงให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้ออกใบอนุญาตจึงเรียกได้ว่าเป็น จังหวัดแรกๆ ของภาคอีสานที่ต่อสู้เรื่องนี้จนได้ รับการยอมรับ

  
      แต่แล้วชะตาชีวิตผกผันให้ คุณวิโรจน์ต้องมาปักหลักธุรกิจเคเบิ้ลทีวีที่อุดรธานี โดยขายกิจการที่ขอนแก่น และได้หอบเอาประสบการณ์ ที่สะสมมายาวนานเพื่อมาสร้างคุณภาพใหม่ที่อุดรธานี แต่ที่นี่ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์เพราะน้องๆ ได้วางรากฐานไว้บ้างแล้ว ประกอบกับ 5 ปีที่ผ่านมามีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามาก ทำให้การลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกระทั่งปัจจุบันสะสมมูลค้าทรัพย์สินนับหลายสิบล้านบาทแต่การพัฒนาคุณภาพก็ยังดำเนินการต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง ถึงวันนี้ สถานที่กาลังปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน เพิ่มพื้นทีสำนักงานเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ห้องติดกัน ชั้นลาง เป็นศูนย์วิดีโอ และแผนกต้อนรับสมาขิก และบริการรับขำระเงินของโฮมเคเบิลทีวี ชั้นสองเป็นห้องช่าง แผนกติดตั้งเคเบิล และเป็นสำนักงานบริหาร อีกห้องเป็นห้องตัดตอผลิตรายการ และสตูดิโอสำหรับการถ่ายทอดรายการสด และสุดท้ายเป็นห้อง Head End ซึ่งประกอบด้วยเครื่องเล่นเทปจำนวนมาก และเครื่องส่งสัญญาณทีทันสมัย ส่วนบนดาดฟ้าประกอบด้วยจานดาวเทียมหลายขนาด พนักงานคือหัวใจของบริษัท บริษัทส่งเสริมให้พนักงานได้ฝึกฝนงานทุกด้าน และสนับสนุนการอบรม ดูงาน จากสถานที่ต่างๆ ตามแต่โอกาสอำนวย พนักงานที่นี่สามารถผลิตรายการเองได้ด้วยเครื่องมือเพียงไม่กี่ชิ้น แต่ผลงานก็ไม่ได้ด้อยกว่าสถานีโทรทัศน์จากส่วนกลางมากนัก คุณวิโรจน์เล่าอย่างมีอารมณ์ขัน...ว่าฝ่ายผลิตรายการคือฝ่ายจ่ายเงิน... เพราะเป็นที รู้กันว่าเคเบิลทีวีท้องถิ่นไม่ มากนักที่จะผลิตรายการเองเพราะต้นทุนสูง โดยคิดค่าสมาชิกกันที่ ราคา 350 บาทต่อเดือน และยังชื้อลิขสิทธิ์ จากต่าง ประเทศของ STAR N อีกด้วย คุณวิโรจน์ยอมรับว่าธุรกิจเคเบิลทีวี ไม่ได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน เพราะเวลานี้ต้องลงทุนแทบทุกด้าน รวมถึงแผนการชื้อ ลิขสิทธิ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ปัจจุบันพนักงานของบริษัท ประมาณ 48 คน ส่วนใหญ่เป็นทีมเคเบิล ซึ่งมี 4 ทีมมีรถปิคอัพ ทั้งหมด 5 คัน นอกจากนี้กำลัง ยกระดับการแพร่ เพิ่มขึ้นเป็น 60 ช่อง ด้วยการเปลี่ยนไปใช้ เคเบิลขนาดครึ่งนิ้ว แทนเคเบิลเก่า พร้อม ปรับปรุงระบบสัญญาณให้คมชัด ด้านการบริการ ลูกค้าของโฮมนอกจาก แพร่ภาพจากฟรีดาวเทียม แล้วยังมีรายการที่ผลิต เองคือโฮม 1 และโฮม 2 ส่วนโฮม 3 เป็นการบริการตามคำขอของลูกค้า น่าสังเกตว่า... เสน่ห์ของเคเบิลท้องถิ่นคือความเป็นกันเอง ใกล้ชิดลูกค้า และการตอบสนองต่อสังคมท้องถิ่น ลักษณะเช่นนี้ คนกรุงเทพฯ อาจไม่เคยเห็น แต่สำหรับจังหวัดอุดรธานี โฮมเคเบิลทีวี คือ ทีวีของคนอุดรอย่างแท้ จริง และ เป็นสถานีเคเบิลแห่งเดียวในจังหวัดที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการจากกรมประชาสัมพันธ์และพร้อมจะยกระดับมาตรฐานสถานีให้ทันกับยุคสมัยในปัจจุบัน